Follow us on Twitter
เทคนิคใหม่การสร้างเว็บด้วย CMS PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย อ.พันธุ์ทิตต์ สิรภพธาดา   

cmsปัจจุบันนี้มีเทคนิคใหม่ของการสร้างเว็บไซต์ที่เรียกว่า CMS (Content Management Systems) ซึ่งช่วยให้ัการสร้างเว็บเป็นเรื่องของคนหลายคน สามารถแบ่งหน้าที่ช่วยกันสร้างเว็บได้ ตั้งแต่การเขียนโปรแกรม

การสร้้างภาพกราฟิก และการสร้างสรรค์เนื้อหาสาระภายในเว็บ แนวการทำงานของระบบบริหารจัดการข้อมูลเว็บ ช่วยให้การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเว็บออกเป็น 3 ส่วน ได้แ่ก่

ระบบจัดการเนื้อหา (Content management system, CMS) คือระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อจัดระเบียบ และส่งเสริมการทำงานในหมู่คณะ ให้สามารถสร้างเอกสาร หรือเนื้อหาสาระอื่นๆ โดยมากแล้วระบบจัดการเนื้อหา มักจะเป็นเว็บแอปพลิเคชัน ซึ่งใช้จัดการเว็บไซต์และเนื้อหาบนเว็บ และมีไม่น้อยที่ระบบจัดการเนื้อหาต้องใช้ซอฟแวร์พิเศษบนเครื่องเครื่องลูกข่าย เพื่อใช้แก้ไขและสร้างบทความต่างๆ ระบบจัดการเนื้อหา ในตลาดซอฟแวร์คอมพิวเตอร์มีทั้งแบบที่ทำเพื่อการค้าและแบบ โอเพนซอร์ส เนื้อหาที่อยู่บนระบบอาจจะเป็นเนื้อหาที่เป็น ข้อความตัวอักษร ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์วิดีโอ หรือไฟล์เอกสารอื่นๆ ก็ได้

ลำดับการดำเนินงาน

ระบบจัดการเนื้อหามักมีระบบการจัดการลำดับการดำเนินงานของเนื้อหาที่เรียกว่า Workflow ซึ่งลำดับการดำเนินงานนั้นโดยมากจะประกอบไปด้วย

  • ขั้นตอนการนำเนื้อหาเข้าระบบ (Ingestion หรือ Creation)
  • ขั้นตอนการตรวจสอบเนื้อหา (Staging หรือ Approval)
  • ขั้นตอนการนำเนื้อหาไปเผยแพร่ (Delivery หรือ Publishing)

วงจรชีวิตของเนื้อหา

วงจรชีวิตของเนื้อหาภายในระบบจัดการเนื้อหาประกอบด้วย

  • การจัดโครงสร้างหรือการจัดหมวดหมู่ (Organization) เป็นการจัดประเภทให้แก่เนื้อหาสาระว่าเป็นประเภทใด ควรมีโครงสร้างแบบใด เป็นการกำหนด Schema ให้แก้เนื้อหาว่าต้องมีองค์ประกอบเช่นใดบ้าง
  • ลำดับขั้นดำเนินงาน (Workflow) เป็นกฏเกณฑ์หรือนโยบาย การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบต่อเนื้อหาสาระ ของเจ้าของหรือผู้เขียน ของผู้เผยแพร่และของผู้ร่วมมือ เป็นลำดับขั้นตอนของการผ่านร่างของเนื้อหา ก่อนที่จะออกเผยแพร่สู่สาธารณะ
  • การสร้างสรรค์ (Creation) เป็นการนำเข้าข้อมูล การเขียน จับภาพ อัดเสียง รวบรวม เปลี่ยนแปลง แก้ไข เนื้อหาสาระที่อยู่ภายในระบบ
  • การจัดเก็บ (Repository) หมายถึง การจัดเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ การจัดเก็บลงฐานข้อมูล การบันทึกลงสื่อ เพื่อให้คงอยู่ไว้ซึ่งข้อมูลภายในระบบ
  • การกำหนดเวอร์ชัน (Versioning) เป็นการควบคุมการเปลี่ยนแปลง โดยให้มีหมายเลขการเปลี่ยนแปลง หรือการกำหนดวันที่เปลี่ยนแปลง และจัดเก็บสำรองข้อมูลดังเดิมไว้ เผื่อทำการเรียกคืนข้อมูล หรือแก้ไขกลับ และเพื่อให้รู้ถึงสถานะการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล
  • การเผยแพร่ (Publishing) เป็นการนำเนื้อหาสาระออกเผยแพร่สู่สาธารณะ ด้วยการจัดส่งไปยังตัวบุคคล การเผยแพร่ในที่สาธารณะ เป็นต้น
  • การเก็บเอกสาร (Archives) คือการจัดเก็บเนื้อหาที่ถูกใช้งานแล้ว หรือหมดอายุแล้ว โดยนำมาจัดเก็บเพื่อนำไว้ใช้เป็นฐานความรู้ หรือไว้ใช้เพื่อเตรียมนำเสนอใหม่

ประเภทของระบบจัดการเนื้อหา

ระบบจัดการเนื้อหานั้นมีหลายประเภทสามารถจัดหมวดหมู่ได้ ดังนี้

  • ระบบจัดการเนื้อหาเว็บ เป็นระบบที่ช่วยจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์
  • ระบบจัดการเนื้อหาทางธุรกรรม เป็นระบบที่ช่วยจัดการธุรกรรมสำหรับอี-คอมเมิร์ช
  • ระบบจัดการเนื้อหาแบบประสาน เป็นระบบที่ใช้ช่วยจัดการเอกสารและเนื้อหาภายในองค์กร
  • ระบบจัดการเนื้อหาสิ่งพิมพ์ ใช้สำหรับช่วยจัดการงานสิ่งพิมพ์และวงจรชีวิตของเนื้อหา เช่น เอกสารการใช้งาน หนังสือ เป็นต้น
  • ระบบการจัดการเรียนรู้ ใช้จัดการวงจรชีวิตของเนื้อหาสาระบนระบบเรียนรู้บนเว็บ เช่น จัดการแบบทดสอบ จัดการแบบการเรียนการสอน เป็นต้น
  • ระบบจัดการเอกสารที่เป็นภาพ ใช้จัดการเอกสารที่ถูกจัดเก็บในรูปแบบของรูปภาพเช่นการถ่ายสำเนาเป็นต้น
  • ระบบจัดการเนื้อหาระดับองค์กร เป็นระบบที่ใช้จัดการเอกสาร เนื้อหาสาระต่างๆ ภายในองค์กร อาจจะเป็นได้ทั้งระบบเว็บแอปพลิเคชันหรือเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์บนเครื่อง ลูกข่ายก็ได้

จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่า CMS หรือ ระบบการจัดการเนื้อหานั้น เป็นหลักการที่มีมาตรฐาน และนำไปประยุกต์ใช้กับซอฟต์แวร์ต่างๆได้มากมาย โดยเฉพาะการจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ ในปัจจุบันมีผู้ใช้ CMS ในการจัดการเนื้อหาเว็บ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความมีมาตรฐานดังกล่าวนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาเว็บ เพราะจะช่วยให้การพัฒนาเว็บมีมาตรฐานที่ชัดเจน บำรุงรักษาง่าย คงพอที่จะเข้าใจเรื่องราวของ ระบบจัดการเนื้อหา (CMS) กันแล้วนะครับ

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: http://th.wikipedia.org/wiki/ระบบจัดการเนื้อหา

 

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ อ.พันธุ์ทิตต์ สิรภพธาดา | โทร.089-6984705 | อีเมล์ pantit@ebistoday.com | เฟสบุ๊ค : www.facebook.com/pantits

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.